วิธีการดูแลรักษาสุขภาพหู

  หูเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้เราได้ยินเสียงต่างๆ เพื่อการติดต่อสื่อสารพูดคุย นอกจากนี้ยังเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการทรงตัวของร่างกายขณะเคลื่อนไหว เราจึงควรระมัดระวังดูแลรักษาหู เพื่อใช้หูอย่างมีประสิทธิภาพไปตลอดชีวิต ซึ่งมีวิธีการดูแลสุขภาพหูดังนี้

1. การทำความสะอาดหู ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดพอหมาด เช็ดบริเวณใบหู และรูหูเท่าที่นิ้วจะเช็ดเข้าไปได้เท่านั้น

2.ถ้ามีแมลงเข้าหู ห้ามแคะออก เพราะจะทำให้แมลงเข้าไปในหูลึกยิ่งขึ้น ควรใช้น้ำที่สะอาดหรือน้ำมันที่ปลอดภัย เช่น น้ำมันมะกอกหยอดลงในรูหูทิ้งไว้สักครู่ เพื่อให้แมลงตายแล้วเอียงหูให้น้ำมันไหลออกมาพร้อมแมลง แล้วใช้สำลีเช็ดให้สะอาดหรือหากเป็นเวลากลางคืน อาจใช้วิธีปิดไฟในห้องให้มืด แล้วใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในรูหู แสงไฟจะล่อแมลงให้เดินออกมาได้

3. เมื่อเป็นหวัดเจ็บคอ ไม่ควรสั่งน้ำมูกแรงๆ หรืออุดจมูกข้างใดข้างหนึ่งในขณะสั่งน้ำมูก เพราะจะทำให้เชื้อโรคในคอและจมูกถูกดันเข้าสู่หูชั้นกลาง ทำให้เกิดการติดเชื้อเป็นโรคหูน้ำหนวกได้

4.ผู้ที่มีอาการของโรคหวัดภูมิแพ้ มักมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคหูชั้นกลางอักเสบ อันเนื่องจากมีการติดเชื้อแทรกซ้อน จึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และรับประทานยา เพื่อบรรเทาอาการของโรค ที่สำคัญหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรงโดยออกกำลังกายอยู่เสมอ

5.ระวังอย่าให้หูได้รับการกระทบกระแทกแรงๆ เช่น การตบหูด้วยมือทั้ง 2 ข้าง การกระแทกจากแรงลูกบอล เป็นต้น เพราะจะทำให้เยื่อแก้วหูฉีกขาด หรือกระดูกหูหลุด จนเป็นเหตุให้การได้ยินลดลงได้

6.หลีกเลี่ยงการเล่นตะโกนหรือทำเสียงดังใส่กันและกัน รวมทั้งหลีกเลี่ยงแหล่งที่มีเสียงดังอึกทึก เช่น เสียงดนตรีดังๆ ในสถานบันเทิง เสียงเครื่องจักรในโรงงาน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรใส่เครื่องป้องกันเสียง หรือที่ครอบหู และถ้าหากต้องทำงานในที่เสียงดังมากๆ ควรได้รับการตรวจการได้ยินทุกๆ 6 เดือน

7.ขี้หูเป็นสิ่งที่ร่างกายผลิตขึ้นตามธรรมชาติ ด้วยจำนวนที่พอเหมาะ และแตกต่างกัน อาจจะแห้งหรือเปียก ขี้หูหากมีจำนวนมากจะร่วงหรือไหลออกมาเอง จึงไม่จำเป็นต้องปั่นหรือแคะหู สำหรับคนที่มีขี้หูมากจับเป็นก้อนอุดตันหู จะทำให้ได้ยินเสียงไม่ชัด ในกรณีนี้จะรู้สึกว่าหูอื้อ ไม่ควรแคะหูด้วยที่แคะหู กิ๊บเสียบผม หรือไม้จิ้มฟันเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อเยื่อแก้วหู ผนังรูหูอาจเป็นแผลและอักเสบ ซึ่งจะนำเชื้อโรคเข้าสู่ช่องหูโดยไม่รู้ตัว ควรใช้น้ำมันกลีเซอรีนหรือน้ำมันมะกอก หยอดหูวันละ 2 ครั้ง จะทำให้ขี้หูนิ่ม และละลายหลุดออกมาเอง ถ้าไม่หายและมีอาการปวดหู หรือการได้ยินยังไม่ชัด ควรปรึกษาแพทย์

8.เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับหู เช่น หูอื้อ ปวดหู คันหู มีน้ำหนองหรือเลือดไหลออกจากหู การฟังเสียงลดลง ควรรับการตรวจจากแพทย์หู คอ จมูก และหากแพทย์ตรวจพบว่ามีแก้วหูทะลุ หรืออักเสบ ต้องระวังไม่ให้น้ำเข้าหู ขณะอาบน้ำหรือสระผมควรใช้สำลีอุดหู หรือใช้หมวกพลาสติกคลุมผม ปิดถึงใบหูด้วย