รู้จัก ‘โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน’ ต้นเหตุของอาการบ้านหมุน

เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า บ้านหมุน มาก่อน แต่อาจจะเข้าใจว่า อาการเวียนศีรษะอย่างรุนแรงที่ทำให้รู้สึกเหมือนบ้านหมุนนี้ ถ้าได้นอนพักผ่อนและอยู่นิ่งๆ ก็จะหายไป

แต่จริงๆ แล้ว อาการบ้านหมุนนี้เป็นอาการเบื้องต้นของของ โรคน้ำในหูชั้นในผิดปกติ หรือโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease) ซึ่งเป็นความผิดปกติในหูชั้นใน

ใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้

โรคนี้ได้พบได้ในคนทุกกลุ่มอายุ ตั้งแต่ 20-50 ปี สัดส่วนใกล้เคียงกันทั้งผู้ชายและผู้หญิง และมีความเสี่ยงมากกว่าปกติในกลุ่มคนที่มีโครงสร้างหูชั้นในผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด

สาเหตุของโรคนี้คืออะไร

ในปัจจุบันยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้เกิดความผิดปกติของน้ำที่อยู่ภายในหูชั้นใน แต่สิ่งที่กระตุ้นให้อาการกำเริบได้ อย่างเช่น

– ภาวะเครียด

– ภาวะที่ร่างกายเหนื่อยล้า หรืออดหลับอดนอน

– การติดเชื้อไวรัสในหู ไม่ว่าจะเป็นหูชั้นในอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ หรือหูน้ำหนวก

– ความไม่สมดุลของน้ำและเกลือแร่

– อาการของโรคนี้เป็นอย่างไร

อาการหลักของโรค คือ อาการเวียนศีรษะอย่างรุนแรงและมีความรู้สึกเหมือนสิ่งรอบตัวหมุน บางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนและเสียสมดุลในการทรงตัวของร่างกายร่วมด้วย อาการที่เกิดขึ้นอาจนานแค่ไม่กี่นาทีในบางราย ขณะที่ในบางรายอาจจะนานเป็นชั่วโมง จนทำให้ต้องอยู่นิ่งๆ จนกว่าอาการจะหายไป

นอกจากนี้ อาการของโรคยังส่งผลให้มีเสียงรบกวนในหู หูอื้อ และการได้ยินลดลง ซึ่งถึงแม้ว่าอาการนี้จะเป็นเฉพาะช่วงเวลาที่เวียนศีรษะ แต่หากเกิดขึ้นบ่อยๆ หลายๆ ครั้ง ก็จะส่งผลให้การได้ยินเสื่อมลงเรื่อยๆ และอาจร้ายแรงถึงขั้นหูหนวกได้ในที่สุด

ควรทำอย่างไรเมื่อเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน

– ใช้ยารักษาอาการตามที่แพทย์สั่ง

– หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้ามากๆ อย่างเช่น การทำงานติดต่อกันยาวนานเกินไป หรือการอดหลับอดนอน

– หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดความเครียด

– ลดการรับประทานอาหารรสเค็มจัดและมีปริมาณโซเดียมสูง

– ลดการรับประทานช็อกโกแลตและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

กรณีที่มีอาการเวียนศีรษะจากน้ำในหูไม่เท่ากันเกิดขึ้นทันที โดยไม่มีอาการเตือน ให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่เสี่ยงอันตรายหรืออาจเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งรวมถึงการขับรถด้วย